
BMW i5: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมซีดานไฟฟ้าพรีเมียม ขับเคลื่อนอนาคตบนถนนเมืองไทย
ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ สู่การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ยั่งยืน BMW ประเทศไทย ได้เปิดศักราชใหม่แห่งความหรูหราและสมรรถนะด้วยการเปิดตัว BMW i5 สู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการ เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมของแบรนด์ BMW ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น BMW i5 ไม่ใช่เพียงรถยนต์ไฟฟ้า แต่คือวิวัฒนาการของตำนานซีดานหรูระดับผู้บริหารอย่าง Series 5 ที่ได้รับการแปลงโฉมสู่ยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ล้ำสมัย ผสานความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW เข้ากับความสะดวกสบายและประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ
สำหรับตลาดประเทศไทย BMW i5 มาพร้อมทางเลือกสองรุ่นย่อยที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภคกลุ่มพรีเมียม นั่นคือ BMW i5 eDrive40 M Sport และ BMW i5 M60 xDrive โดยทั้งสองรุ่นได้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตา สมรรถนะอันทรงพลังจากระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5 ตลอดจนเทคโนโลยีและระบบอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารที่ล้ำสมัย การมาถึงของ BMW i5 ในประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดัน รถยนต์ไฟฟ้า BMW และ รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม สู่เป้าหมายความยั่งยืน และมอบทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่มองหา รถซีดานไฟฟ้า ที่สมบูรณ์แบบ
ราคาจำหน่าย BMW i5 ในประเทศไทย
BMW i5 eDrive40 M Sport: ราคา 4,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard นาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง)
BMW i5 M60 xDrive: ราคา 5,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard นาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง)
การออกแบบภายนอก: ความสง่างามที่ผสานกับความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์
BMW i5 ใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น การปรับดีไซน์กระจังหน้าทรงไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW ให้มีความชัดเจนและยื่นออกมามากขึ้น พร้อมกรอบที่กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มมิติความหรูหราด้วยระบบไฟ BMW Iconic Glow ที่ส่องสว่างบริเวณกรอบกระจังหน้า สร้างความประทับใจในทุกมุมมอง ชุดไฟหน้าแบบ LED ได้รับการจัดเรียงใหม่เป็นแถบแนวตั้ง ทำหน้าที่ทั้งไฟเลี้ยวและไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) สะท้อนถึงความทันสมัยและประสิทธิภาพ
เส้นสายด้านข้างตัวรถถูกออกแบบให้ดูโฉบเฉี่ยวและทรงพลัง แนวเส้นที่ยกสูงขึ้นช่วยเสริมบุคลิกที่ปราดเปรียว รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น สเกิร์ตข้างสีดำ การออกแบบมือจับประตูที่เรียบสนิทไปกับตัวถัง และการประดับหมายเลข “5” อันทรงเกียรติบนเสา C ล้วนแสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบ ท่ามกลางความสวยงาม ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายด้วยหลังคากระจกแบบพาโนรามาที่เปิดรับแสงธรรมชาติและสร้างความโปร่งโล่งภายในห้องโดยสาร ส่วนท้ายรถได้รับการออกแบบให้มีความเรียบหรูแต่ยังคงไว้ซึ่งความบึกบึน แสดงถึงสมรรถนะที่ซ่อนอยู่ภายใน
สำหรับทั้งสองรุ่นย่อย BMW i5 ใหม่ ได้รับการติดตั้งชุดแต่งสไตล์ M Sport เต็มรูปแบบ เพื่อเสริมความเข้มและความสปอร์ตให้ถึงขีดสุด BMW i5 eDrive40 M Sport มาพร้อมสปอยเลอร์หลังดีไซน์ M สีเดียวกับตัวถัง ในขณะที่ BMW i5 M60 xDrive ซึ่งเป็นรุ่นสมรรถนะสูง จะมาพร้อมสปอยเลอร์หลังสีดำเงา (High-Gloss Black) ที่เพิ่มความดุดัน เบรกคาลิเปอร์สีน้ำเงินเข้ม Metallic สำหรับรุ่น eDrive40 M Sport และสีแดง High-Gloss Red สำหรับรุ่น M60 xDrive ยิ่งไปกว่านั้น BMW i5 M60 xDrive ยังมาพร้อมชุดแต่งไฟหน้า M Lights Shadow Line สีดำพิเศษ เสริมความพิเศษยิ่งขึ้นไปอีกด้วย
ล้ออัลลอยเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่บ่งบอกถึงตัวตนของรถยนต์ BMW i5 ใหม่ มาพร้อมล้ออัลลอย BMW Individual aerodynamic ขนาด 21 นิ้ว สีดำ Jet Black แบบ Two-Tone สำหรับรุ่น M60 xDrive สะท้อนความหรูหราและสปอร์ตขั้นสุด ในขณะที่รุ่น eDrive40 M Sport มาพร้อมล้ออัลลอย M aerodynamic ขนาด 20 นิ้ว สีเทาเข้ม Black Grey แบบ Two-Tone เพิ่มความสปอร์ตและสมดุลกับการขับขี่อย่างลงตัว
ขุมพลังไฟฟ้า BMW eDrive: สมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด
หัวใจสำคัญของ BMW i5 คือเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5 ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบสมรรถนะที่เหนือชั้น ประสิทธิภาพสูงสุด และระยะทางการขับขี่ที่ยาวนาน
สำหรับรุ่นท็อป BMW i5 M60 xDrive มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า BMW xDrive Electric ที่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวเข้าด้วยกัน สร้างพละกำลังสูงสุดถึง 442 กิโลวัตต์ (601 แรงม้า) และแรงบิดมหาศาลถึง 795 นิวตันเมตร หรือสูงสุดถึง 820 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งานโหมด M Sport Boost หรือ M Launch Control พละกำลังเหล่านี้ส่งผลให้ BMW i5 M60 xDrive สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พลังงานทั้งหมดมาจากชุดแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ ด้วยความจุพลังงานสุทธิ 81.2 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ทำให้ BMW i5 M60 xDrive มีระยะทางการขับขี่ตามมาตรฐาน WLTP อยู่ระหว่าง 455-516 กิโลเมตร หรือ 466 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล
ในส่วนของรุ่น BMW i5 eDrive40 M Sport ก็มอบสมรรถนะที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังขับเคลื่อนล้อหลัง 250 กิโลวัตต์ (340 แรงม้า) พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร และสามารถรีดแรงบิดสูงสุดได้ถึง 430 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งาน Sport Boost หรือ Launch Control แบตเตอรี่ที่ใช้เป็นชุดเดียวกับรุ่น M60 xDrive ทำให้ BMW i5 eDrive40 M Sport สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 6 วินาที และมีระยะทางการขับขี่ที่น่าประทับใจถึง 497-582 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP หรือ 501 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC นี่คือสิ่งที่ยืนยันว่า รถยนต์ไฟฟ้า BMW ไม่ได้มีดีแค่ภาพลักษณ์ แต่ยังให้ สมรรถนะรถยนต์ไฟฟ้า ที่เหนือกว่า
เทคโนโลยีการชาร์จและการจัดการพลังงาน: สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
BMW i5 มาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จไฟฟ้าที่ล้ำสมัย ตอบสนองความต้องการของยุคสมัยใหม่ ด้วยหัวชาร์จแบบ Combined Charging Unit (CCU) ที่รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สูงสุด 22 กิโลวัตต์ และการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่กำลังไฟสูงสุดถึง 205 กิโลวัตต์ ทำให้เจ้าของ BMW i5 สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ได้ภายในระยะเวลาอันสั้นเพียง 30 นาที ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะเวลาในการชาร์จ และทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น
ประสบการณ์การขับขี่: ความสมดุลอันสมบูรณ์แบบระหว่างสปอร์ตและความสะดวกสบาย
BMW ตระหนักดีว่าการเป็น รถซีดานไฟฟ้าพรีเมียม ไม่ใช่แค่เรื่องของสมรรถนะ แต่คือการมอบประสบการณ์ที่ครบวงจร BMW i5 ยังคงรักษาจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Series 5 ไว้ นั่นคือความสมดุลอันสมบูรณ์แบบระหว่างสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตและความสะดวกสบายระดับผู้บริหาร ด้วยการออกแบบตัวถังให้มีความกว้างขึ้น การกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่แม่นยำถึง 50:50 และการใช้โครงสร้างน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ช่วยเสริมสร้างพลวัตการขับขี่ให้ดีเยี่ยม
ระบบช่วงล่างของ BMW i5 ทั้งสองรุ่น มาพร้อมกับระบบ Adaptive Suspension Professional ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งสามารถปรับการทำงานได้อัตโนมัติตามสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ เพื่อมอบความนุ่มนวลและความมั่นคงสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีระบบ Integral Active Steering ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังแบบแอคทีฟ ที่ช่วยให้การเข้าโค้งเป็นไปอย่างแม่นยำและคล่องตัวยิ่งขึ้นในความเร็วต่ำ และเพิ่มความเสถียรในความเร็วสูง
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหรา นวัตกรรม และความสบายขั้นสูงสุด
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ BMW i5 คุณจะสัมผัสได้ถึงความหรูหราที่ผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างลงตัว ดีไซน์สไตล์ M Sport ยังคงปรากฏให้เห็นในรายละเอียดต่างๆ เช่น พวงมาลัยหนัง M ที่จับกระชับมือ ประดับด้วยวัสดุ CraftedClarity ที่ทำจากแก้วคริสตัล สร้างความรู้สึกพิเศษและหรูหรา เบาะนั่งด้านหน้าแบบ Comfort ปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันความจำตำแหน่ง ล้วนมอบความสบายสูงสุดสำหรับการเดินทางทุกรูปแบบ
ระบบไฟส่องสว่างภายในและภายนอกห้องโดยสารที่สามารถปรับแต่งได้หลายระดับ ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง และชุดอุปกรณ์ Travel & Comfort ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหราให้กับการเดินทางได้อย่างเต็มที่
สำหรับรุ่น BMW i5 eDrive40 M Sport การตกแต่งภายในจะเน้นสี Dark Silver M ประดับด้วยลาย Aluminium Rhombicle เพื่อมอบความรู้สึกที่เรียบหรูแต่แฝงด้วยความทันสมัย ในขณะที่รุ่น BMW i5 M60 xDrive จะมาพร้อมการตกแต่งที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยสี Dark Silver M accent ผสานกับวัสดุ Carbon Fibre และขอบสี High-Gloss Silver เพื่อสะท้อนถึงสมรรถนะที่เหนือกว่า
ระบบปรับอากาศแบบแยกโซนอิสระสำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสารด้านหน้า และผู้โดยสารเบาะหลังทั้งสองฝั่ง พร้อมระบบตั้งโปรแกรมเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ 5 ระดับ เซ็นเซอร์แสงอาทิตย์ด้านหลัง และระบบกรองฝุ่นละอองระดับนาโนพาร์ทิเคิล (nano particulate filters) ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกคนที่เดินทางจะได้รับอากาศบริสุทธิ์และสภาพแวดล้อมที่สบายที่สุดตลอดการเดินทาง
BMW Curved Display และระบบ iDrive 8.5: ศูนย์กลางแห่งการควบคุมและข้อมูล
ที่นั่งคนขับได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นสำคัญ BMW i5 มาพร้อมกับ BMW Curved Display หน้าจอแสดงผลแบบโค้งขนาดใหญ่ที่รวมเอาจอ Information Display ขนาด 12.3 นิ้ว และจอ Control Display ขนาด 14.9 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกัน ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8.5 พร้อมฟีเจอร์ QuickSelect ซึ่งออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ง่ายและรวดเร็ว ด้วยไอคอนที่จัดเรียงเป็นแถบแนวตั้งด้านข้าง ช่วยลดระยะเวลาในการเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ
ระบบ BMW iDrive ทำงานร่วมกับ BMW Curved Display อย่างไร้รอยต่อ มอบการควบคุมที่หลากหลายผ่านหน้าจอสัมผัส ปุ่มคำสั่งบนพวงมาลัย และ BMW iDrive Controller บริเวณคอนโซลกลาง นอกจากนี้ แพ็คเกจ BMW Live Cockpit Professional ยังมาพร้อมกับจอแสดงผล BMW Head-Up Display และมุมมอง Augmented View ซึ่งสามารถใช้เป็นหน้าจอควบคุมการทำงานหลัก หรือเป็นหน้าจอเสริมสำหรับแสดงข้อมูลการขับขี่ได้
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจคือ BMW Interaction Bar แถบไฟ Ambient Light ที่ประดับด้วยขอบคริสตัล ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่แผงคอนโซลกลางไปจนถึงแผงประตู สามารถควบคุมการทำงานผ่านหน้าจอสัมผัส และยังช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารด้วยการปรับแต่งได้ถึง 6 รูปแบบ ได้แก่ Personal, Efficient, Sport, Sport+, Expressive และ Relax
ระบบเสียงและความบันเทิง: สุนทรียภาพในทุกการเดินทาง
BMW i5 มอบประสบการณ์ด้านความบันเทิงที่เหนือชั้นสำหรับทุกคนในรถ
สำหรับรุ่น BMW i5 M60 xDrive มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในตระกูล BMW Series 5 ประกอบด้วยลำโพงทั้งหมด 17 ตัว พร้อมกำลังขับรวม 655 วัตต์ และตัวปรับรูปแบบเสียง 7 แบนด์ พร้อมลำโพง Subwoofer พิเศษที่ติดตั้งอยู่ใต้ขอบโลหะบริเวณประตู มอบประสบการณ์เสียงที่สมจริงและทรงพลัง
ในขณะที่รุ่น BMW i5 eDrive40 M Sport ก็ไม่น้อยหน้า มาพร้อมระบบเสียง Harman Kardon Surround Sound System ที่ประกอบด้วยลำโพง 12 ตัว พร้อมแอมป์ดิจิทัล กำลังขับรวม 205 วัตต์ มอบคุณภาพเสียงที่คมชัดและไพเราะ
ระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8.5 ใน BMW i5 ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เข้าถึงคอนเทนต์ดิจิทัลได้อย่างหลากหลาย ทั้งข้อมูลสำคัญและความบันเทิง หนึ่งในไฮไลท์ที่น่าตื่นเต้นคือแพลตฟอร์ม AirConsole ที่ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเล่นเกมสนุกๆ ได้ขณะที่รถจอดอยู่ ช่วยเติมเต็มช่วงเวลาการรอคอยหรือการชาร์จรถให้มีความสุขยิ่งขึ้น
ระบบช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัย: มั่นใจในทุกเส้นทาง
BMW i5 ใหม่ มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant Professional ที่ครอบคลุมระบบต่างๆ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด เช่น ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยและการเปลี่ยนเลน (Steering and Lane Change Assist) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (Active Cruise Control with Stop & Go function) ที่ทำงานได้ถึงความเร็ว 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สำหรับการจอดรถ ระบบ Parking Assistant Plus จะเข้ามาอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ โดยใช้กล้องและเซ็นเซอร์อัลตราซาวน์ในการช่วยจอดรถในสถานการณ์ต่างๆ ประกอบด้วยระบบช่วยจอดรถ Parking Assistant, ระบบช่วยถอยรถ Reversing Assistant, ระบบเตือนระยะห่าง Active Park Distance Control, ระบบช่วยจอดในช่องจอดข้าง (Lateral Parking Aid) และระบบกล้องรอบทิศทาง Surround View ที่สามารถแสดงภาพ 3 มิติของรถและสภาพแวดล้อมรอบคันผ่านแอปพลิเคชัน My BMW ได้ นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกซื้อฟังก์ชัน BMW Drive Recorder ที่บันทึกภาพเคลื่อนไหวคุณภาพสูงจากกล้องรอบทิศทางได้จาก BMW ConnectedDrive Store
BMW i5 ไม่ใช่เพียงแค่การก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า แต่คือการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ซีดานพรีเมียมไปสู่อีกขั้น ด้วยการผสมผสานการออกแบบที่สง่างาม สมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีล้ำสมัย และความสะดวกสบายสูงสุด BMW i5 คือนิยามใหม่ของความหรูหราและความยั่งยืนบนท้องถนนเมืองไทย สำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้า BMW ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างแท้จริง
สัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตกับ BMW i5 ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย BMW อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายเพื่อทดลองขับ ยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียม ที่จะเปลี่ยนนิยามการเดินทางของคุณตลอดไป