
Honda City Hatchback ใหม่: นิยามใหม่แห่งการขับขี่ สปอร์ต ปลอดภัย ยกระดับทุกประสบการณ์ในราคาที่เข้าถึงได้
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์ซิตี้คาร์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์รถแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย ตั้งแต่ความคล่องตัวในการใช้งานในเมือง ไปจนถึงความประหยัดน้ำมัน สมรรถนะที่สนุกสนาน และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย และในปี 2024 นี้ Honda City Hatchback ใหม่ ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ของคำว่า “รถยนต์สำหรับชีวิตประจำวัน” ไปอีกขั้น สู่การเป็น “Energetic & Safety Hatchback” ที่ผสานความสปอร์ต ความปลอดภัย และเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว พร้อมราคาที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น
นิยาม “Move It Your Way” ที่แท้จริง
แก่นสำคัญที่ Honda City Hatchback ใหม่ พยายามสื่อสาร คือการมอบอิสระในการขับขี่และการใช้ชีวิตให้เป็นไปตามสไตล์ของคุณเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวแบบสุดๆ ในเมืองกรุงเทพฯ หรือกำลังมองหารถคู่ใจสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ Honda City Hatchback ใหม่ ก็พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มทุกเป้าหมายของคุณ ด้วยการออกแบบที่ลงตัว ดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ และเทคโนโลยีที่พร้อมอำนวยความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง
ดีไซน์สปอร์ตสะกดทุกสายตา ยกระดับความพรีเมียม
สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อแรกเห็น Honda City Hatchback ใหม่ คือการปรับปรุงดีไซน์รอบคันที่ทำให้รถคันนี้ดูสปอร์ตและปราดเปรียวขึ้นอย่างชัดเจน ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่โฉบเฉี่ยวขึ้น กระจังหน้าโครเมียมในรุ่น S+, SV, และ e:HEV SV เพิ่มความหรูหรา ในขณะที่รุ่น RS และ e:HEV RS โดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีดำเงาดีไซน์ใหม่ เสริมด้วยกันชนหน้าและกันชนหลังดีไซน์ใหม่ที่ดูดุดันยิ่งขึ้น ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED ช่วยเสริมทัศนวิสัยและความปลอดภัย ในรุ่น RS และ e:HEV RS ยังมาพร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ดีไซน์สปอร์ตใหม่ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ท่ามกลางสภาพอากาศที่หลากหลาย
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่เพิ่มมิติความสปอร์ตพรีเมียมให้กับรุ่น RS และ e:HEV RS คือการเสริมสเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์หลังสไตล์สปอร์ตแบบ RS ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความเร้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมหลังคาสีดำแบบ Two-tone ในรุ่น e:HEV RS และ e:HEV SV ยังเป็นอีกทางเลือกที่โดดเด่น สะท้อนความสดใหม่ และความกล้าในการแสดงออกของผู้ขับขี่
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนอีกประการหนึ่งคือ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ที่มีขนาดและรูปแบบแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นย่อย ตั้งแต่ขนาด 15 นิ้วในรุ่น S+ ไปจนถึงล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่แบบทูโทนขนาด 16 นิ้วในรุ่น e:HEV SV และรุ่น RS ที่มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำแบบสปอร์ตขนาด 16 นิ้ว ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเสริมบุคลิกของ Honda City Hatchback ใหม่ ให้ดูสปอร์ตและลงตัวมากยิ่งขึ้น
ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะอัลตราซีท (ULTR)
Honda City Hatchback ใหม่ ยังคงรักษาจุดเด่นเรื่องห้องโดยสารที่กว้างขวางไว้ได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้ห้องโดยสารนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือเบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ที่สามารถปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ ตอบสนองความต้องการใช้งานที่แตกต่างกันถึง 4 โหมด ได้แก่
Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการขนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่
Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับราบไปด้านหน้า ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาวได้อย่างไร้ขีดจำกัด เหมาะสำหรับการขนย้ายอุปกรณ์กีฬา หรือสิ่งของที่มีขนาดยาว
Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้นไปด้านบน ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูงได้อย่างน่าทึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขนย้ายต้นไม้ หรือสิ่งของที่มีความสูง
Refresh Mode: เบาะด้านหน้าสามารถพับราบจนเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลังได้ สร้างพื้นที่พักผ่อนที่สะดวกสบายสูงสุด เหมาะสำหรับการเดินทางไกล หรือเมื่อต้องการพักผ่อนระหว่างวัน
นอกจากนี้ การตกแต่งภายในยังได้รับการยกระดับขึ้น โดยเฉพาะในรุ่น RS และ e:HEV RS ที่มาพร้อมเบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยแถบสีแดง เพิ่มความรู้สึกสปอร์ตพรีเมียม ในขณะที่รุ่น SV และ e:HEV SV ใช้วัสดุหุ้มเบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยแถบสีเทา ให้ความรู้สึกหรูหราและสบายตา วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าสีดำ Piano Black ในรุ่น RS และ e:HEV RS ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกพรีเมียมให้กับห้องโดยสาร
ขุมพลังที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่: e:HEV และ VTEC TURBO
Honda City Hatchback ใหม่ นำเสนอทางเลือกขุมพลังที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม โดยยังคงเสน่ห์ของเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยไว้ แต่ได้รับการปรับปรุงเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
ระบบฟูลไฮบริด e:HEV: สำหรับผู้ที่มองหาเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง พร้อมประหยัดน้ำมันสูงสุด Honda City Hatchback ใหม่ ยังคงมาพร้อมระบบฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว เข้ากับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ระบบนี้สามารถส่งแรงบิดมอเตอร์สูงสุดถึง 253 นิวตัน-เมตร ที่รอบต่ำ ให้การตอบสนองทันใจตั้งแต่จังหวะออกตัว และมอบอัตราการประหยัดน้ำมันที่น่าประทับใจถึง 27.8 กม./ลิตร พร้อมอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม/กิโลเมตร ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
จุดเด่นของระบบ e:HEV คือการทำงานที่ชาญฉลาด สามารถสลับโหมดการขับขี่ได้อย่างราบรื่นระหว่างโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode), โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode), และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาวะการขับขี่ การเพิ่มรุ่นย่อย e:HEV SV ในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มใหญ่ขึ้นได้สัมผัสกับเทคโนโลยีฟูลไฮบริดอันล้ำสมัยของฮอนด้า ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่สนุกสนาน เร้าใจ และต้องการสมรรถนะที่ตอบสนองได้ทุกจังหวะ Honda City Hatchback ใหม่ ยังคงมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว ที่มาพร้อม Turbocharger ซึ่งสามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที เครื่องยนต์นี้ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ที่ให้การตอบสนองที่นุ่มนวล และยังคงรักษาอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 100 กรัม/กิโลเมตร
เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครบครันทุกรุ่นย่อย
สิ่งที่สร้างความแตกต่างและยกระดับ Honda City Hatchback ใหม่ ให้เหนือกว่าคู่แข่งอย่างแท้จริง คือการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ใน ทุกรุ่นย่อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการมอบความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เทคโนโลยีนี้ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน จักรยาน และจักรยานยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 6 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่:
ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS): ช่วยเตือนและลดความรุนแรงของการชนเมื่อตรวจพบการชนที่อาจเกิดขึ้น
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS): ช่วยรักษาตัวรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถอย่างเหมาะสม
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW): เตือนและช่วยควบคุมหากรถยนต์ออกนอกช่องทางเดินรถโดยไม่ตั้งใจ
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB): สลับการทำงานระหว่างไฟสูงและไฟต่ำโดยอัตโนมัติ เพื่อทัศนวิสัยที่ดีที่สุดและไม่รบกวนผู้ร่วมทาง
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC): (มีในรุ่น S+, SV, RS และ e:HEV SV, e:HEV RS) ช่วยรักษาความเร็วที่ตั้งไว้ และปรับลดความเร็วอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างกับรถคันหน้า พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: with LSF) (เฉพาะรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)
ใหม่! ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN): แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนที่ เพื่อป้องกันการหยุดนิ่งโดยไม่จำเป็น
นอกจาก Honda SENSING แล้ว Honda City Hatchback ใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ:
ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch): (มีในรุ่น e:HEV RS) ช่วยให้การเปลี่ยนเลนมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera): (มีในรุ่น SV, RS, e:HEV SV และ e:HEV RS) พร้อมคุณภาพความละเอียดที่สูงขึ้น ช่วยให้การถอยจอดแม่นยำยิ่งขึ้น
ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold: (มีในรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS) ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่
ระบบถุงลมความปลอดภัย: ครอบคลุมทั้งถุงลมคู่หน้า, ถุงลมด้านข้างคู่หน้า, และม่านถุงลมด้านข้าง (ในรุ่น RS และ e:HEV RS)
ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock by Speed) และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock): เพิ่มความอุ่นใจในการรักษาความปลอดภัยของรถ
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) และระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System): เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้า-ออก และสตาร์ทรถ
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) และระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA): ช่วยให้การขับขี่มีความมั่นคงและปลอดภัยยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อและความบันเทิงที่เหนือชั้น
Honda City Hatchback ใหม่ เข้าใจถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อในยุคดิจิทัล จึงได้ยกระดับระบบเครื่องเสียงและเทคโนโลยีในห้องโดยสารให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
ใหม่! ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch: รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย (ในรุ่น SV, RS, e:HEV SV และ e:HEV RS) ที่มาพร้อมการแสดงผลสีที่คมชัดยิ่งขึ้น และ Interface ใหม่ที่ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น
ใหม่! ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง: (ในรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS) เพิ่มความสะดวกสบายในการชาร์จอุปกรณ์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
จอผู้ขับขี่ใหม่ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว: (มีในรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS) แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างชัดเจนและครบถ้วน
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth: ช่วยให้การสนทนาและการเล่นเพลงเป็นไปอย่างสะดวก
พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน: พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift): (ในรุ่น RS) เพิ่มอรรถรสในการขับขี่ที่สปอร์ตยิ่งขึ้น
ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors): (ในรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS) ช่วยในการควบคุมความเร็วเมื่อขับขี่ในโหมดไฮบริด
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง: (ในรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS) มอบความเย็นสบายทั่วถึงทั้งคัน
ลำโพง 8 ตำแหน่ง: (ในรุ่น RS และ e:HEV RS) มอบประสบการณ์เสียงที่เต็มอิ่ม
Honda CONNECT: เทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะ (ในรุ่น RS และ e:HEV RS) ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ประกอบด้วย 8 ฟังก์ชันล้ำสมัย เช่น การตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ (My Service), บันทึกข้อมูลการขับขี่ (Car Log), การแชร์ WiFi จากรถยนต์, การแจ้งเตือนเมื่อถุงลมทำงาน (Airbag Deployment), การตรวจสอบสถานะรถยนต์ (Car Status), การสั่งการระยะไกล (Remote Vehicle Control), การกำหนดขอบเขตการขับขี่ (Geo Fence & Speed Alert), และการค้นหาตำแหน่งรถ (Find My Car) ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้การดูแลรักษารถและการใช้งานเป็นไปอย่างสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ตัวเลือกที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกงบประมาณ
Honda City Hatchback ใหม่ มาพร้อมตัวเลือกที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นที่เข้าถึงง่าย ไปจนถึงรุ่นท็อปที่มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์สุดพิเศษ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อย แบ่งตามขุมพลังขับเคลื่อน ดังนี้
รุ่นขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV:
e:HEV RS: ราคา 799,000 บาท
e:HEV SV: ราคา 729,000 บาท (รุ่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า)
รุ่นขุมพลัง VTEC TURBO:
RS: ราคา 749,000 บาท
SV: ราคา 679,000 บาท
S+: ราคา 599,000 บาท (รุ่นเริ่มต้นที่คุ้มค่า)
สีภายนอกที่โดดเด่น:
Honda City Hatchback ใหม่ มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่:
สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) (Brilliant Sporty Blue Metallic) พร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) (Two-tone) (เฉพาะรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)
สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) (Ignite Red Metallic) (เฉพาะรุ่น RS และ e:HEV RS)
สีขาวแพลทินัม (มุก) (Platinum White Pearl) (เฉพาะรุ่น SV, RS, e:HEV SV, และ e:HEV RS)
สีดำคริสตัล (มุก) (Crystal Black Pearl)
สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) (Meteoroid Gray Metallic)
สีเทาโซนิค (มุก) (Sonic Gray Pearl)
สีขาวทาฟเฟต้า (Taffeta White) (เฉพาะรุ่น S+)
บทสรุปสำหรับผู้บริโภคชาวไทย
Honda City Hatchback ใหม่ ไม่ใช่แค่รถยนต์ซิตี้คาร์ธรรมดา แต่คือการยกระดับนิยามของการขับขี่ในเมือง ด้วยการผสมผสานดีไซน์ที่สปอร์ตและทันสมัย สมรรถนะที่ตอบสนองทุกการใช้งาน เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน และห้องโดยสารที่ยืดหยุ่นตามไลฟ์สไตล์ของคุณ การที่ Honda SENSING ถูกติดตั้งมาในทุกรุ่นย่อย ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในความปลอดภัยของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามตลาดรถยนต์มาอย่างใกล้ชิด ผมมองว่า Honda City Hatchback ใหม่ เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในตลาดรถแฮทช์แบ็ก 5 ประตูในปี 2024 นี้ ด้วยการปรับปรุงที่ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งในด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และความปลอดภัย พร้อมการปรับราคาที่ทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มรุ่น e:HEV SV ทำให้เทคโนโลยีไฮบริดของฮอนด้าไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงกลุ่มลูกค้าเฉพาะอีกต่อไป
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนตัวตนของคุณ เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และพร้อมที่จะพาคุณไปทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูง หรือความปลอดภัยที่ไม่เพียงพอ Honda City Hatchback ใหม่ คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม
พร้อมแล้วหรือยังที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า? เชิญชวนทุกท่านที่สนใจ Honda City Hatchback รุ่นใหม่นี้ ไปทดลองขับได้ที่โชว์รูม Honda ทั่วประเทศ เพื่อสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง และค้นพบว่า “Move It Your Way” นั้น เป็นจริงได้อย่างไรในรถยนต์คันนี้ แล้วคุณจะพบว่า การเดินทางครั้งต่อไปของคุณ จะพิเศษยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา.